E-Marketing Blog

WordPress & Online Business Story

Currently browsing Google

SEO กับ การปรับแต่ง Title

การปรับแต่ง Title กับ Meta ของเว็บไซต์บ่อย ๆ มีผลดีหรือผลเสียในการทำ  SEO Search Engine Optimization มากน้อยแค่ไหน?

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการปรับแต่ง Title กับ Meta ของเว็บไซต์ว่าควรจะปรับแต่งยังไง หรือบ่อยแค่ไหน เพื่อให้เกิดผลในการทำ  SEO Search Engine Optimization มากที่สุดกันน่ะครับ คือ จะมีผลเสียมากกว่าผลดีด้วยซ้ำน่ะครับ

ในการปรับปรุงนั้นส่วนใหญ่ผมจะไม่แนะนำให้ปรับปรุงกันบ่อย ๆ ครับ เพราะว่าการที่เราทำการปรับปรุง บ่อย ๆ นั้นอาจจะทำให้ Search Engine เกิดความสับสนเกี่ยวกับเว็บไซต์ของเราก็เป็นได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น สัปดาห์นี้เราปรับปรุง Title กับ Meta เป็นอย่างหนึ่ง แล้วพออีกสัปดาห์เราก็ปรับปรุง เป็นอีกแบบหนึ่ง โดยที่ Search Engine ได้เก็บรายละเอียดของเก่าไปแล้ว แต่พอเข้ามาอีกทีกลับกลายเป็นอันใหม่ อย่างน้อยผมคิดว่าควรให้เวลากับ Search Engine บ้างน่ะครับ

ส่วนใหญ่ผมจะแนะนำให้ลูกค้า หรือคนรู้จักพยายามอย่างปรับเปลี่ยนบ่อย ๆ หรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรปรับให้น้อยที่สุด และมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด ปกติแล้วผมจะชอบปรับเปลี่ยนในช่วงก่อนที่จะมีการอัพเดทค่า PR หรือค่า PageRank สักประมาณ 3-4 สัปดาห์ครับ ส่วนใหญ่ก็ทิ้งระยะประมาณ 4-6 เดือนครับ ถ้าภายใน 4-6 เดือนอันดับยังไม่ดีขึ้นค่อยทำการปรับเปลี่ยนอีกที แต่ในการทำ  SEO  มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ Title กับ Meta อย่างเดียวเหมือนเดิมครับ ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ด้วย แต่ถ้า Title กับ Meta ดีก็มีชัยไม่มากก็น้อยแล้วครับ ลองเอาไปปรับแต่งดูน่ะครับ แต่อย่ารีบร้อนน่ะให้เวลากับ Search Engine ด้วยน่ะครับ

AdWords Text Ads

หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้รู้จักกูเกิลแอดเิวิร์ดกันไปแ้ล้วนะครับ หลายคนสงสัยและส่งคำถามเข้ามาถามทีมงาน www.iruay.com มากมายว่ากูเกิลแอดเวิร์ดมีโฆษณาแบบไหนบ้าง วันนี้เราขอตอบแบบขอไปทีว่า มีหลายแบบคร้าบ อิอิ มีทั้งแบบโฆษณาแบบรูปภาพ แบบวีดีโอ แบบภาพเคลื่อนไหว และอื่นๆอีกน่ะครับ แต่โฆษณาที่คุ้นตาพวกเรากันมากที่สุดและเราเห็นบนเว็บกูเกิลเวลาเราค้นหาข้อมูลอันนั้นจะเป็นรูปแบบโฆษณาที่เป็นมาตราฐาน แสตนดาร์ดสุดๆแว้ว ซึ่งเป็นโฆษณาที่เรียกว่า Text Ads

แหล่งความรู้ E-Marketing — ตรงนี้เรียกว่า Headline

เนื้อหาอัพเดตใหม่สดทุกวัน — ตรงนี้เรียกว่า Description 1

จากทีมงานมือชีพ IRUAY — ตรงนี้เรียกว่า Description 2

www.iruay.com — ตรงนี้เรียกว่า Display URL

รูปแบบของโฆษณาแบบข้อความหรือ Text Ads จะเป็นลักษณะแบบที่เห็นนี่ล่ะคับ ส่วน AdWords Text Ads นั้นจะมีกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้นะคร้าบ

  1. Headline เป็นส่วนบนสุดของโฆษณา แอดเวิร์ดบอกว่าคุณห้ามใส่เกิน 25 ตัวอักษรนะ โดยเรา(แอดเวิร์ด)จะนับรวมทั้งการเว้นวรรค ช่องว่าง หรืออะไรก็ตามถ้าครบ 25 ตัวอักษรเมื่อไหร่ ก็ห้ามใส่เพิ่มแล้วนะ (มันใส่ไม่ได้เองโดยอัตโนมัิติ ไม่้ต้องกลัวว่าคุณจะใส่เกิน อิอิ)
  2. คำอธิบาย บรรทัดที่ 1 และบรรทัดที่ 2 (Description 1,2) เป็นส่วนที่เอาไว้อธิบายรายละเอียดสินค้าหรือบริการที่คุณได้ไปทำการโฆษณาไว้ โดยแอดเวิร์ดบอกว่าคุณห้ามใส่เกิน 25 ตัวอักษรนะ ซึ่งนับรวมการเว้นวรรคเหมือนเดิม
  3. ชื่อเว็บไซต์ที่แสดงในโฆษณา หรือ Display URL ในส่วนนี้ตามตัวอย่างก็คือตรงสีเขียวๆน่ะครับ เป็นส่วนที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นว่าโฆษณานั้น โฆษณาเว็บไซต์อะไร ซึ่งแอดเวิร์ดบอกว่าคุณห้ามใส่เกิน 35 ตัวอักษรนะ และต้องมีรูปแบบที่ถูกต้องของรูปแบบ URL ทั่วๆไปด้วยนะ
  4. หน้าเว็บไซต์จริงๆที่ส่งลูกค้าไปหลังจากที่เค้าคลิกโฆษณาหรือ Destination URL ในส่วนนี้จะไม่แสดงให้เห็นอยู่บนข้อความโฆษณาแต่จะเป็นส่วนที่เราใส่ไว้เพื่อบ่งบอกว่าหลังจากที่ลูกค้าคลิกโฆษณาเราแล้วจะถูกส่งไปหน้าไหนในเว็บไซต์ของเราตาม Destination URL ที่กำหนดไว้ โดยส่วนนี้กูเกิลให้ใส่ได้สูงสุดถึง 1024 ตัวอักษรนะครับ

นี่ล่ะครับ ถ้าโฆษณาแบบ text ads ก็จะมีส่วนประกอบตามนี้แหละครับ ส่วนรายละเอียดของแต่ละผู้ให้บริการก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไปตามแต่ละผู้ให้บริการนะครับ ถ้าเพื่อนๆต้องการทางเลือกในการทำการตลาดและทำโฆษณาผ่าน search engine ตัวอื่นๆเพิ่มเติมก็สอบถามกันมาได้นะครับ สะดวกให้ข้อมูลทุกตัวล่ะคร้าบพี่น้อง เจอกันใหม่ในงานเขียนครั้งหน้าค้าบ

ผลการค้นหาบนกูเกิล

มีเพื่อน ๆ ไม่น้อย ยังมีความสับสนในผลการค้นหาที่กูเกิลได้แสดงออกมาบนกูเกิล เวลาที่พวกเราไปค้นหาข้อมูลผ่านกูเกิลนะครับ

ผลการค้นหาที่ปรากฏบนด้านซ้ายของหน้าเ็ว็บกูเกิลนั้นจะเป็นผลการค้นหาปกติที่เรียกกันว่า organic search result ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ อยากให้เว็บไซต์ของเพื่อน ๆ แสดงในด้านซ้ายมือในหน้าเว็บกูเกิลเพื่อน ๆ ต้องทำการปรับแต่งด้วยกระบวนการ SEO ขึ้นมาครับ ซึ่งเพื่อน ๆ ไม่สามารถใช้เงินเพื่อซื้อตำแหน่งในผลการค้นหาที่ปรากฏบนด้านซ้ายของหน้าเ็ว็บกูเกิลได้นะครับ

ส่วนผลการค้นหาที่ปรากฏบนด้านบนและ/หรือด้านขวาของหน้าเ็ว็บกูเกิลนั้นจะเป็นการแสดงผลการค้นหาของโฆษณาที่ผู้โฆษณามาลงโฆษณาไว้กับกูเกิลโดยผ่านโปรแกรมการโฆษณาของกูเกิลที่ชื่อว่า Google AdWords นะครับ โดยปัจจัยในการนำมาคิดคำนวนในการจัดอันดับการแสดงผลว่าโฆษณาไหนจะได้แสดงก่อนแสดงหลังนั้น กูเกิลจะมองมากกว่าเรื่องของตัวเงินนะครับ ไม่ใช่ว่าใครจ่ายเยอะสุดได้ตำแหน่งสูงสุดนะครับ